เธอรู้ไหมคนดี^^

posted on 13 Dec 2009 21:14 by mindnaja

เพลง เธอรู้ไหมคนดี

 

 

อาจจะมีเพียงฉัน และวันแห่งความรักเรา

 


เหงามันอาจจะเหงา เมื่อเธอห่างไกลสายตา


 

กับบางครั้งที่เหนื่อย หัวใจมันอ่อนล้า


 

ฉันจะนอนหลับตาคิดถึงเธอ

 

 

 

คนดีเธอรู้ไหม ว่าไม่มีใครแทนที่เธอ


 

แม้เราไม่เจอ เธอยังอยู่ในใจ


 

ยามใดที่ร้อนรน ต้องการใครซักคนเคียงใกล้


 

อย่างน้อยฉันยังมั่นใจว่ามีเธอ

 

 

 

ฝากกับดาวบนฟ้า หอบความคิดถึงนี้ไป


 

ให้เธอเก็บมันไว้ ถึงวันที่เราพบเจอ


 

หมื่นพันเหงาไม่หวั่น หัวใจมั่นเสมอ


 

แทนสัญญาถึงเธอว่ายังคอย

มาปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อความสูงกันเถอะ!

                  ก่อนอื่นต้องขอแนะนำก่อนนะค่ะว่า  ขั้นตอนเหล่านี้ควรที่จะปฎิบัติอย่างเคร่งครัดด้วย เพราะทุกอย่างมันมีปัจจัยควบคู่กัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ การพักผ่อนให้เพียงพอ  การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และการทำจิตใจให้แจ่มใสค่ะ

                  ฮอร์โมนที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและความสูง คือ growth hormone ที่ถูกผลิตขึ้นจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า มีผลต่อการเจริญเติบโต เด็กที่ขาดฮอร์โมนนี้จะมีหน้าตาที่ดูอ่อนกว่าอายุจริง รูปร่างเตี้ยเล็ก แต่สมส่วน อ้วนกลมเนื่องจากมีไขมันสะสมบริเวณลำตัวมาก ถ้าเป็นเด็กชายมักมีอวัยวะเพศเล็กไม่สมวัย

                  อย่างไรก็ตามภาวะขาด growth hormone ไม่มีผลกระทบต่อระดับสติปัญญาของเด็ก นอกจากภาวะขาด growth hormone แล้ว การขาดไทรอยด์ฮอร์โมนและฮอร์โมนเพศยังมีผลทำให้เด็กเตี้ย เช่นเดียวกับการมีฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตมากเกินไป เด็กจะมีรูปร่างอ้วนเตี้ย

 

อาหารเพิ่มความสูง

 

         

 

                เราจะเลือกรับประทานสูตรอาหารเฉพาะอาหารเพิ่มความสูงไม่ได้ แต่จะขอแนะนำรายการอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้นอกจากนม และคนที่ดื่มนมไม่ได้ เพราะบางคนดื่มนมแล้วมีอาการท้องเดิน ให้ทานผักที่มีสีเขียวมากๆ ทานปลาทอดกรอบ เพื่อที่จะได้ทานก้างด้วย ผักคะน้า ยอดแค ใบชะพลู ผักบุ้ง ผักตำลึง ล้วนมีแคลเซียมทั้งนั้นค่ะ พวกยำใส่กุ้งแห้ง เมี่ยงคำ ผักจิ้มน้ำพริก ทำให้ได้ทานผัก กุ้งแห้ง กะปิ ซึ่งมีทั้งโปรตีน แคลเซียม และวิตามินต่างๆ อาหารพวกนี้ ไม่ใส่น้ำมันรับประทานได้มากโดยไม่ต้องกลัวอ้วน นอกจากจะสร้างกระดูก เพิ่มความสูงแล้วอาหารที่มีผักมาก ยังช่วยบำรุงผิวให้สวยอีกด้วย

 

การพักผ่อน

          

                การนอนหลับเป็นวงจรหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ร่างกายต้องการเพื่อปรับสมดุลย์ของเซลล์ต่างๆหลังจากที่ทำงานไปแล้วตลอดทั้งวัน Growth hormone จะหลั่งออกมาในขณะนอนหลับ และลดต่ำลงเมื่อตื่น ในเด็กที่กำลังเจริญเติบโต การนอนจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาของเด็ก ในคนที่โตเต็มที่แล้ว การนอนหลับเป็นไปเพื่อการพักผ่อนและการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอเพื่อปรับให้สมดุลย์ใหม่ จึงเป็นวงจรที่สำคัญในชีวิตประจำวัน เพราะฉะนั้นในชีวิตประจำวัน การทำงาน การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อน จึงควรอยู่ในภาวะที่สมดุลย์ ไม่ตึงหรือหย่อนอย่างใดอย่างหนึ่งเกินไป

 

การออกกำลังกาย

       

         

 

                 ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกการออกกำลังกายที่มีการลงน้ำหนักที่เท้า เช่น วิ่ง เดิน แอร์โรบิค กระโดดเชือก ฟุตบอล บาสเก็ตบอล เป็นต้น การบริหารร่างกายโดยการยืดตัวหรือการโหนบาร์ และควรออกกำลังกายอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ โดยแต่ละครั้งไม่ควรน้อยกว่า 30 นาที

                  การกระโดดสูงหรือกระโดดเชือกไม่ทำให้ตัวเตี้ยอย่างที่เข้าใจกันมาก่อนหน้านั้น ออกกำลังกายไปเถอะค่ะ ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี ถ้ายังสูงต่อไปได้ ก็ทำให้ความสูงเป็นไปตามปกติ

 

 

ที่มา:http://www.seabuckthornthai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=223084&Ntype=3

1.ท่า Cobra

                                         

           นอนคว่ำ รวบขาชิดกัน วางฝ่ามือไว้ข้างชายโครง ให้ศอกชิดกับลำตัว ค่อยๆยกศีรษะ ไหล่และทรวงอกขึ้น คงท่าไว้ซัก 5 30 วินาที แล้วจึงคลายท่า

      นอกจากท่านี้จะช่วยแก้ปัญหาคนที่หลังแข็ง ปวดหลังแล้ว ยังเป็นผลดีกับน้องผู้หญิงที่มีปัญหาประจำเดือนขาดๆหายๆ อาการเจ็บปวดก่อนมีประจำเดือนหรือมีอาการเครียด ฝึกท่านี้สม่ำเสมอในระยะแรกจะช่วยให้อาการทุเลาลง หลังจากนั้น 2 - 3 เดือน อาการปวดก็จะหายไป 

2. ท่า Super Cobra

 

                                                           

               

             

          นอนคว่ำ เท้าชิด ตั้งนิ้วเท้า วางฝ่ามือข้างๆชายโครง เหยียดแขนยกลำตัวและศีรษะขึ้น แอ่นลำตัวและเงยศีรษะไปด้านหล้ง คงท่าไว้สัก 10 20 วินาที แล้วค่อยคลายท่า

          ต่อมาก็เริ่มจากนอนคว่ำ ตั้งนิ้วเท้า เท้าชิด มือวางไว้ข้างลำตัว เหยียดแขนยกลำตัวขึ้น  ก้มศีรษะลง ยกก้นกบขึ้น เหยียดลำตัวจากหัวไหล่ไปยังสะโพก เข่าทั้งสองข้างเหยียดตึง กดส้นเท้าลงให้ใกล้กับพื้นให้มากที่สุด คงท่าไว้ซัก 10 20 วินาที จึงคลายท่า

 

3.ท่า Cat

 

                                                          

           ท่าแมวเป็นท่าที่บริหารกระดูกสันหลังอย่างเบาๆ ช่วยให้กระดูกสันหลังมีความตื่นตัว อยู่ในท่าคุกเข่า  มือแตะพื้น ก้มศีรษะลงจนคางติดหน้าอกพร้อมกับโก่งหลังขึ้นให้ได้มากที่สุด คงท่าไว้ 3 8 วินาที จึงเงยศีรษะขึ้น แอ่นเอวให้ได้มากที่สุด คงท่าไว้แล้วจึงคลายท่า

4.ท่า Basic Leg Stretch

 

                                                     

             นั่งลง กางขาออกทั้งสองข้าง พยายามให้นิ้วแตะที่นิ้วเท้าข้างหนึ่งโดยให้หัวเข่าตรงเท่าที่จะทำได้ คงท่าไว้ 6 15 วินาที จากนั้นก็เปลี่ยนมาแตะอีกข้างหนึ่ง ที่สำคัญต้องนั่งให้หลังเหยียดตรงและเคลื่อนจากสะโพก อย่าให้หลังโก่ง ท่านี้เหมาะกับการบริหารกระดูกสันหลังและขา

5. ท่า Bridge

 

                                                       

           นอนหงาย ชันเข่าทั้งสองขึ้น เท้าห่างกันประมาณ 1 ฟุต วางแขนไว้ข้างลำตัว คว่ำฝ่ามือ จากนั้นก็ยกสะโพกและลำตัวขึ้นช้าๆ ให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยใช้มือจับข้อเท้าไว้ก่อนยกสะโพกขึ้น คงท่าไว้ประมาณ 3 10 วินาที

6.ท่า Table

 

                                                       

           นั่งลงกับพื้นจากนั้นให้ขาเหยียดตรงไป วางฝ่ามือลงบนพื้น วางไว้ข้างลำตัว ให้คางมาแตะหน้าอกจากนั้นจึงเงยศีรษะให้ไกลเท่าที่ทำได้ จากนั้นให้ยกตัวขึ้นเพื่อที่จะงอเข่า และให้แขนตรงเหมือนเดิม จากนั้นพยายามให้ช่วงไหล่และขาช่วงบนเหยียดตรงขนานกับพื้น ส่วนแขนและขาช่วงล่างก็จะเท้าพื้นไว้เป็นรูปโต๊ะ คงท่าไว้ 8 20 วินาที จึงคลายท่า

7.ท่า One Straight Leg Up

 

                                  

            ให้ท้องนอนลงกับพื้น เอามือวางไว้ข้างหลังคอ ยืนขาข้างหนึ่งขึ้นให้ได้สูงเท่าที่ทำได้ ค้างไว้ 3 5 วินาที จากนั้น ก็วางลง ทำสลับกับขาอีกข้างหนึ่ง

8.ท่า Two Straight Leg Up

 

                             

          นอนลงให้หน้าแตะพื้น วางฝ่ามือลงด้านข้างลำตัว ยกขาขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ข้างให้สูงเท่าที่ทำได้ ค้างไว้ 3 วินาที

9.ท่า Bowl

                             

 

            นอนลงให้หน้าติดพื้น ยกแขนและขาขึ้นทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน ค้างไว้ 3 วินาที

10.ท่า Upper Body Stretch

               

           นั่งลงบนกระดานที่วางเฉียงกับพื้น เหยียดขาตรงออกไป  เอนหลังให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อที่ร่างกายส่วนบนออกจากกระดานออกมา ค้างไว้ 4 5 วินาที

11.ท่า Lower Body Stretch

 

                          

           ให้ร่างกายช่วงบนและบั้นท้ายนอนลงกับเก้าอี้ ขณะที่ให้ขาเหยียดตรงออกมา  จากนั้นก็พยายามยกตัวขึ้นมาโดยให้จมูกแตะกับเข่า แล้วค้างไว้ 4 5 วินาที

12.ท่า Bench Stretch

 

                               

           นั่งเหยียดขาบนเก้าอี้ม้ายาว พร้อมทั้งยกมือขึ้นทั้ง 2 ข้าง เอนหลังไปช้าๆเพื่อที่ให้ร่างกายช่วงบนไม่ได้อยู่บนเก้าอี้ และให้ช่วงบนขนานกับพื้น ค้างไว้ 6 วินาที

13.ท่า Incline Upper Body Slant Stretch

 

                                      

          นั่งลงบนกระดานที่วางเฉียงกับพื้น เหยียดขาตรงออกไป เอามือวางไว้หลังศีรษะ เอนหลังให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อที่ร่างกายส่วนบนออกจากกระดานออกมา ค้างไว้ 4-7 วินาที

14.ท่า Acrobat

 

                                 

           นอนลงกับพื้น ชันเข่าขึ้นมา วางฝ่ามือไว้ข้างศีรษะราบไปกับพื้น  พยายามยกตัวขึ้นมาให้สูงเท่าที่ทำได้ คงท่าไว้ 8 15 วินาที

การบริหารร่างกายในท่ายืน

1.ท่า Bow Down

 

                                                         

             ยืนตรงวางมือไว้กับเอว จากนั้นก็ก้มตัวให้ได้มากที่จะทำได้ คงท่าไว้ 5 15 วินาที

2.ท่า Yawn

 

                                                         

          ยืนตรงวางมือไว้หลังศีรษะหรือคอก็ได้ จากนั้นก็ก้มตัวให้ได้มากที่จะทำได้ คงท่าไว้ 5 15 วินาที

3.ท่า Super Stretch

 

                                                   

           ยืนตรง ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ และทำเหมือนพยายามเอื้อมมือให้สูงเท่าที่จะทำได้ หลังอาจจะเอนไปข้างหลังนิดๆ น้องๆจะรู้สึกว่ากระดูกสันหลังช่วงล่างจะตึงเล็กๆ  ท่านี้สามารถทำได้ในท่ายืนและท่านอน คงท่าไว้ 4 7 วินาที

           ท่านี้จะคล้ายๆท่าต้นตาลของครูหนู

           เริ่มด้วยการยืนตรง ปลายเท้าและส้นเท้าชิดกัน หงายฝ่ามือออกจากลำตัว หายใจเข้าลึกๆ พร้อมทั้งยกส้นเท้าขึ้น และยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ขณะเดียวกันก็พยายามยืดแขนตรง มือประกบกัน หลังเหยียดตรง หยุดในลักษณะนี้ และหยุดลมหายใจ 3 วินาที จึงหายใจออกยาวๆ ค่อยๆวางส้นเท้าบนพื้น และแขนทั้งสองไว้ข้างลำตัวเหมือนเดิม

4.ท่า Hands on the Head Bow Down

 

                                                   

               

            ยืนตรง วางมือไว้หลังศีรษะ จากนั้นก็โค้งตัวไปด้านหน้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้  โดยที่ขณะก้ม ให้คางแตะหน้าอกด้วย อย่าให้เข่างอนะจ๊ะ คงท่าไว้ 4-8 วินาที

5.ท่า Wall Stretch

 

                                                                     

           ยืนตรง หันหน้าออกมา ให้ขนานกับกำแพง  พยายามเอื้อมมือให้สูงมากเท่าที่ทำได้ และให้หลังแนบไปกับกำแพงมากเท่าที่ทำได้ คงท่าไว้ 4-6 วินาที

6.ท่า Super Stretch #2

 

                                                                      

          ยืนตรง เขย่งขาขึ้นมา 4 นิ้วหรือ 10 ซม. พยายามให้สูงเท่าที่ทำได้ คงท่าไว้ 3-5 วินาที

 7.ท่า Touch Toe

 

                                                            

          ยืนชูมือให้สูงเท่าที่ทำได้ จากนั้นก็เอนตัวมาด้านหน้าโดยให้มือแตะนิ้วเท้าให้ได้ คงท่าไว้ 2-3 วินาที

8.ท่า Skier

 

                                                         

           ยืนกางขาประมาณ 1 เมตร ยกแขน ชูมือให้สูงเท่าที่ทำได้ จากนั้นก็ก้มตัวโดยให้มือลอดขาทางด้านหน้าไปด้านหลัง คงท่าไว้ 5 วินาที

9.ท่า Sky Stretch

 

                                                     

           นั่งคุกเข่า วางตัวให้ตรง วางมือกับต้นขา จากนั้นให้คอและศีรษะไปข้างหน้า ให้คางแตะหน้าอก จากนั้นก็ให้คอและศีรษะเอนไปข้างหลังให้ได้มากเท่าที่ทำได้ คงท่าไว้ 6-8 วินาที

 10.ท่า Super Sky Stretch

 

                                                                        

           นั่งคุกเข่า มือประสานกัน ยกมือและแขนขึ้นแล้วเอนไปข้างหลังให้ได้มากเท่าที่ทำได้ คงท่าไว้ 5 วินาที

11.ท่า Downhill

 

                                                            

          ยืนตัวตรง จับมือไว้ด้านหลัง จากนั้นก็ค่อยๆก้มตัวลงโดยที่ให้มือค่อยๆยกขึ้นตามมา พยายามที่จะให้แขนของเราย้ายมาด้านหน้าเท่าที่จะทำได้ แล้วค้างไว้ 4 6 วินาที

12.ท่า Standing Table Hold

 

                                                

           ยืนตัวตรงจากนั้นก็เอามือจับโต๊ะ หรือเก้าอี้ไว้ กัมตัวลงโดยให้หลังขนานกับพื้น จากนั้นก็ให้ใครก็ได้ มาผลักหลังช่วงบนของเราให้เป็นการยืดตัว แล้วก็ค้างไว้ 10 15 วินาที

 

การบริหารในท่าบิดตัว

1.ท่า Basic Twist

 

                                                  

          ยืนตัวตรง แล้วก็กางแขนออกไปในระดับไหล่ หมุนตัวช่วงบนไปทางซ้ายที ไปทางขวาที โดยที่ให้ขาและสะโพกอยู่เฉยๆนะค่ะ หมุนไปแต่ละข้างก็ให้ค้างไว้ 2 4 วินาที แล้วค่อยหมุนไปอีกข้างหนึ่ง

2.ท่า Bar Twist

 

                                                           

            รู้สึกว่าท่านี้จะไม่ตรงกับภาพนะจ๊ะ เริ่มด้วยการยืนขึ้น ใช้ไม้หรือไม้กวาดสะอาดๆเป็นอุปกรณ์ช่วยก็ได้ ถือไว้เหนือหัว จากนั้นก็หมุนไปข้างซ้าย หมุนไปข้างขวา แต่ละทีให้คงท่าไว้ 3-4 วินาที

 

 ที่มา:http://www.seabuckthornthai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=242015&Ntype=1